แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Food! แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Food! แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ผัดซีอิ้วเส้นเล็ก



สูตร1
1.เส้นเล็ก หรือเส้นอื่นตามชอบ
2.เนื้อสัตว์ตามชอบ (หมู กุ้ง ไก่)
3.กระเทียมสับ
4.ผักต่าง ๆ อาทิ กระหล่ำปลี,คะน้า,กวางตุ้ง,เห็ดเข็มทอง,ออรินจิ
5.เครื่องปรุง ซีอิ๊วขาว,ซีอิ๊วหวาน,น้ำตาล
---------------------------
สูตร2
เครื่องปรุงและวิธีทำ
เส้นก๋วยเตียว
ผักคะน้า
ซี่อิ้วดำ
ซี่อิ้วขาว
น้ำปลา
น้ำตาล
กระเทียบสับ
น้ำมัน
กระเทียมเจียว
หมูหมักซี่อิ้วขาว ซอยหอยนางรม พริกไทย




สูตร 3
ส่วนผสม

เส้นเล็ก
หมูสับ
ถั่วงอก
เต้าหู้หั่นชิ้นเล็ก
หัวไชโป๊วหวานสับ
ผักชีต้นหอมซอย
กระเทียมสับ
ซอสหอยนางรม
ซีอิ้วขาว
ซีอิ้วหวาน
น้ำมันสำหรับผัด
น้ำตาล
พริกป่น

วิธีทำ
ใช้เส้นเล็กแบบแห้ง นำไปแช่น้ำให้นุ่ม แล้วคลุกกับซีอิ้วหวาน

ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย กลิ้งให้น้ำมันไปทั่วกระทะ
นำเส้นเล็กที่คลุกซีอิ้วแล้วลงไปผัด
ค่อยๆใส่น้ำตอนผัดด้วยค่ะ พอเส้นนิ่มแล้วตักขึ้นพักไว้ก่อน

มีทุกอย่างแล้วก็จัดการตั้งกะทะใส่น้ำมัน เจียวกระเทียมให้หอม ใส่เนื้อหมุ เส้นตาม ผัดๆหากแห้งไปเติมน้ำนิด
ปรุงด้วย น้ำปลา ซอลหอยนางรม(ต้องดูปริมาณด้วยก่อนใส่ซอสหอยนางรม ใสเยอะไปไม่อร่อยน้อยแหละดีเพราะมันไปช่วยตัวปรุ่งของตัวอื่นๆหรือไม่ใช้ก็ได้)....ชิมรส

วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ต้มยำรวมมิตรจัดจ้าน มื้อค่ำร้านฮัม..จ.ระยอง

คอลัมน์ อิ่มอร่อย

ถนนราษฎร์บำรุง มีร้านอาหารในบรรยากาศยามค่ำ ชื่อเป็นเสียงฮัมม..ม ว่า Humm..m (Music & Restaurant) ตั้งอยู่เลขที่ 276/4 ถ.ราษฎร์บำรุง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง

ในช่วงน้ำท่วมนี้ จังหวัดระยองเป็นพื้นที่หนึ่งที่ผู้ประสบภัย โดยเฉพาะจากกรุงเทพฯ ที่ย้ายมาพัก พิง หรือหนีมาคลายเครียด เพื่อเติมกำลังไว้กลับไปฟื้นฟูบ้านเรือนกันใหม่ มาทั้งทีควรจะหาอะไรกินให้อร่อยๆ ด้วย

ในเส้นทางถนนสายล่าง หรือ ถนนราษฎร์บำรุง มีร้านอาหารในบรรยากาศยามค่ำ ชื่อเป็นเสียง ฮัมม..ม ว่า Humm..m (Music & Restaurant) ตั้งอยู่เลขที่ 276/4 ถ.ราษฎร์บำรุง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง

คุณทรงพล พูลสมบัติ ผู้บริหารร้านเล่าว่า ชื่อร้านฮัมมาจากการร้องฮัมบทเพลงเบาๆ ด้วยความเพลิดเพลิน บรรยา กาศในร้านตกแต่งในแบบอิงธรรมชาติ โล่งโปร่งสบาย ส่วนอาหารจานเด็ดเป็นประเภท ต้มยำรวมมิตรทะเล ตามด้วย หนวด หมึกทอดกระ เทียม หมูแดดเดียว หมูมะนาว กุ้งแช่น้ำปลา ไก่คั่วเกลือ ยำหัวปลีกรอบ เป็นอีกเมนูที่เน้นผักพื้นบ้านที่มีประโยชน์

สำหรับ "ต้มยำรวมมิตรทะเล" ประกอบด้วย เนื้อปลากะพงขาว กุ้งสด ปลาหมึกสด หอยแมลงภู่ ลูกชิ้นปลา ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดฉีก เสิร์ฟร้อนๆ ได้รสชาติของต้มยำน้ำใสเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดจัดจ้าน หอมด้วยเครื่องเทศ และพริกเผา

เมนูสุขภาพต่อมา คือ "ยำหัวปลีกรอบ" คัดเอาหัวปลีสดๆ ตัดใหม่ๆ ลอกกาบปลีด้านนอกและเกสรออกไป ข้างในจะเป็นกาบปลีอ่อนๆ กรอบ แกะออกแช่น้ำมะขามเปียก น้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาวก็ได้เพื่อไม่ให้ดำ จากนั้นต้มและวางพักไว้ก่อน

ระหว่างนี้เตรียมส่วนประกอบอื่น เช่นกุ้งแชบ๊วย แกะเปลือกผ่าหลังไว้หางลวก เนื้อไก่ลวกแล้ว ไข่ไก่ต้ม 1 ลูก เนื้อหมูรวนสุก หอมแดงเจียว และพริกขี้หนูแห้งทอดสำหรับโรย ส่วนน้ำยำ มีน้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ หัวกะทิ พริกขี้หนูสับหยาบ

เมื่อผสมน้ำยำใส่น้ำพริกเผา น้ำมะนาว น้ำปลาแท้จากปลาทะเล น้ำตาลปี๊บ กะทิ คลุกเคล้าให้น้ำตาลปี๊บละลายในส่วนผสม ชิมรสตามความชอบ เมื่อได้รสชาติตามต้องการแล้ว ก็ใส่เนื้อไก่ หมู กุ้งลงไปคลุกกับน้ำยำตักใส่จาน จากนั้นโรยหน้าด้วยหัวปลีกรอบ เป็นขั้นตอนสุดท้าย เสิร์ฟพร้อมกับไข่ต้มผ่าซีก แนมด้วยกะหล่ำปลีหั่นฝอย และแตงกวาฝานบางๆ เป็นผักเครื่องเคียง

ด้าน "หนวดหมึกสดทอดกระเทียม" ใช้หนวดปลาหมึกสายขนาดเล็ก หมักกับกระเทียมโขลกกับรากผักชีและพริกไทย ปรุงรสด้วยซอสคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นทอดในกระทะที่น้ำมันเดือดจัด จนเหลืองฟู ไม่นานก็ตักขึ้น รอสะเด็ดน้ำมัน ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้ทันที

ปิดท้ายที่ "หมูแดดเดียว" คัดเอาชิ้นหมูที่เนื้อนุ่ม หั่นชิ้นขนาดพอดีคำ หมักซอสและงาขาว เช่นกันกับหมูเนื้อไม่เหนียว ทอดจนส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ

ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00-00.00 น. การเดินทางมาร้านฮัม สะดวกสบายในเส้นทางสายล่าง (ถ.ราษฎร์บำรุง) หรือจาก ถ.สุขุมวิท เลี้ยวลงสายล่างที่แยกพีเอ็มวาย ก่อนถึงวัดเนินพระ (ทางซ้ายมือ) มองเห็นร้านอยู่หน้าซอยราษฎร์บำรุง 12 พอดี ที่จอดรถสะดวกและปลอดภัย สอบถามทางหรือจองโต๊ะกันก่อนก็ได้ที่โทร. 08-7572-2557, 08-3991-1393
..........................
credit : http://www.khaosod.co.th/

วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2556

'เส้นบะหมี่ไข่'หาตลาดขายได้ไม่ยาก

สำหรับการทำ “เส้นบะหมี่ไข่” นั้น อุปกรณ์ในการทำหลัก ๆ ก็มี เครื่องนวด, เครื่องกระแทกอัดแน่น, เครื่องรีด นอกนั้นก็จะเป็นอุปกรณ์ครัวเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ

ส่วนผสม/วัตถุดิบการทำ “เส้นบะหมี่ไข่” หลัก ๆ ก็มี แป้งสาลี, โซเดียมคาร์บอเนต, ไข่ไก่, เกลือป่น, น้ำสะอาด และแป้งนวลที่ใช้สำหรับโรยบะหมี่

ขั้นตอนการทำ “เส้นบะหมี่ไข่” เริ่มจากนำแป้งสาลีมาร่อน 3-4 ครั้งเพื่อให้แป้งเบา ตั้งพักไว้ในอ่างผสม ทำเป็นบ่อตรงกลางแป้ง ละลายเกลือป่นและโซเดียมคาร์บอเนตในน้ำสะอาด ตอกไข่ไก่ใส่ตามลงไป ตีให้เข้ากัน เสร็จแล้วเทลงไปผสมกับแป้งสาลี ทำการนวดให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี นำเข้าเครื่องกระแทกแป้งให้แน่น เสร็จเอาผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาด ๆ คลุมปิดไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง (ในขั้นตอนนี้หากไม่มีเครื่องนวดและเครื่องกระแทกแป้ง ก็ใช้มือนวดไปเรื่อย ๆ ขณะนวดก็ทุ่มน้ำหนักมือไปที่แป้ง นวดจนแป้งเหนียวนุ่ม มีความยืดหยุ่น เด้ง ๆ ดีแล้วก็พักไว้)

ต่อไปเป็นขั้นตอนการรีดแป้งเป็นแผ่น โดยโรยแป้งนวลลงบนกระบะที่จะรีดแผ่นแป้งเตรียมไว้ จากนั้นนำส่วนผสมแป้งที่ได้มาเข้าเครื่องรีด ทำการรีดทับให้เป็นแผ่นยาว ไล่จากหนาไปหาบางตามความต้องการ เสร็จแล้วนำแป้งนวลมาโรยเส้นบะหมี่ที่ได้ แล้วจับให้เป็นก้อนด้วยมือ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย สำหรับจุดเด่นของเส้นบะหมี่ไข่เจ้านี้นั้น อากู๋ชาบอกว่า อยู่ที่ความเหนียว นุ่ม ยืดหยุ่น และก้อนใหญ่ โดยแต่ละก้อนน้ำหนักอยู่ที่ 100 กรัม หรือเท่ากับ 2 ก้อนของบะหมี่ที่วางขายตามตลาดทั่ว ๆ ไป การเก็บรักษา ควรเก็บไว้ในตู้เย็น ซึ่งจะอยู่ได้ประมาณ 3-4 วัน หากเก็บไว้นานไปเมื่อนำไปใช้เส้นจะเละ

ใครสนใจ “เส้นบะหมี่ไข่” และลูกชิ้น ของอากู๋ชา ก็ต้องไปที่ร้าน ปรีชาลูกชิ้นหมู ปรีชาบะหมี่เกี๊ยว เลขที่ 73/2 หมู่ 10 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี อยู่บริเวณสามแยกเขางู ซึ่งร้านนี้ทำเงินจากการรับจัดงานนอกสถานที่ได้ด้วย โดยคนที่สนใจเรียนรู้การทำบะหมี่ แผ่นเกี๊ยว ลูกชิ้น เพื่อเป็น “ช่องทางทำกิน” ลองติดต่อสอบถามไปที่ โทร. 08-1197-5780 และ 08-1668-3998.

เชาวลี ชุมขำ / ชนิกานต์ วงศ์สุธารส / อนุสรา แสงเงิน : เรื่อง-ภาพ

▼▲http://www.dailynews.co.th/

เส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นบะหมี่ หลากเมนูเป็ด ครัวหนิง (คลอง3)

ไม่ใช่คนย่านคลอง 3 ลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เห็นทีไม่คุ้นและไม่เคยที่จะได้ลิ้มรสเมนูเป็ดหลากหลาย ที่ ครัวหนิง เป็นแน่แท้ เพราะทำเลที่ตั้งซับซ้อนอยู่ในเส้นทางลัดไปคลอง 4 เขตตำบลลาดสวาย ลำลูกกา แต่ร้านนี้ไม่ไร้ลูกค้า เพราะคนชอบทานเป็ดแถบนี้ แวะเวียนมาลิ้มรสไม่ขาดสายทุกวัน

ครัวหนิง เริ่มต้นจากการเปิดบริการความอร่อย จากร้านเล็ก ๆ ขยายมาเป็นร้านใหญ่ในช่วงเวลา 7 ปี เมนูชูรสเด่นของเมนูเป็ดหลากหลายให้เลือกชิม เด่นรสและเป็นที่ติดอกติดใจของนักชิมส่วนใหญ่ เห็นจะเป็น ข้าวกะเพราเป็ด ข้าวสวยร้อน ๆ หอม ๆราดด้วยเนื้อเป็ดพะโล้ที่ผัดเป็นกะเพรารสชาติหอมกรุ่นเนื้อเป็ดนุ่มซึมแทรกความแซบของพริกและใบกะเพรา อยากจะทานไปพร้อมกับไข่ดาวมีบริการพร้อมเสิร์ฟลดความเผ็ดมาทาน ข้าวหน้าเป็ด มีข้าวสวยร้อน ๆ รองรับความหอมกรุ่นของเป็ดพะโล้ ทั้งเนื้อเป็ดสับ เลือด ตับ ราดด้วยน้ำพะโล้และน้ำจิ้ม ยิ่งทานยิ่งติดใจในความนุ่ม หอม ถามถึงกลิ่นสาบเป็ดตอบได้เลยว่า ไม่มีมาให้เสียความรู้สึก

เมนูเส้นประเภท ก๋วยเตี๋ยวเป็ด มีเส้นให้เลือก ทั้ง เส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นบะหมี่ เส้นหมี่ วุ้นเส้น และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สุดแท้แต่จะชอบ รสเด่นอยู่ที่น้ำซุปหอมกลมกล่อม ต้องชิมก่อนปรุง เนื้อเป็ด เลือด นุ่มอวลด้วยน้ำพะโล้ไม่มีเครื่องยาจีนอวลตลบ เพราะร้านนี้ใช้สูตรต้มเป็ดพะโล้ในแบบที่คิดเอง ถ้าอยากทานน่องเป็ดชิ้นโต สั่งเพิ่มมาได้รับรองได้ทานเนื้อน่องเป็ดแสนนุ่มได้อย่างเพลิดเพลิน

เบื่อเมนูเส้นลอง เกาเหลาเป็ด เกาเหลาน่องเป็ด เกาเหลาเนื้อเป็ดและน่อง น้ำซุปกลมกล่อม เนื้อเป็ดนุ่มทานกับข้าวสวยร้อน ๆ อิ่มอร่อยคุ้ม ยังไม่อิ่มหนำกับเมนูเป็ด สั่ง คอเป็ด ปีกเป็ด ตีนเป็ด เครื่องในเป็ด มาทานเป็นจาน ๆ ย่อมได้ ไม่มีใครห้ามถ้าไม่อิ่มแปล้เสียก่อน

ครัวหนิง ยังมี เย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ รสชาติดี ไม่แพ้กับเมนูเป็ดทั้งหลาย ไว้คอยบริการคนไม่ชอบทานเป็ด แถมยังมี ข้าวต้มมัด ขนมไทย ๆ ที่มีไส้ถั่ว เผือก และกล้วย ข้าวเหนียวหนึบ มันกะทิ ไม่หวานแหลม แถมไส้หนากว่าตัวข้าว ทานแล้วหลงรักข้าวต้มมัดร้านนี้เข้าอย่างจัง ส่วนเครื่องดื่มเย็นมี น้ำโอเลี้ยง น้ำลำไย น้ำกระเจี๊ยบ เก๊กฮวย ชาดำเย็น ไว้คอยบริการให้ดื่มแก้กระหาย เย็นชื่นใจ

ถ้าชอบทานเป็ดพะโล้ ลองแวะเวียนไปลิ้มรสชาติ ที่ครัวหนิง (คลอง 3) ดูสักหน เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00- 16.00 น. สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 08-9485–9043 และ 08-1722-0232.

เส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นบะหมี่ หลากเมนูเป็ด ครัวหนิง (คลอง3)

แม่พลอย
http://www.dailynews.co.th

‘ผัดกะเพราฟักทอง’แม่ลูกอ่อนกินดี

    ‘ผัดกะเพรา’ อาหารจานด่วน ทำไม่ยาก กินง่าย ที่ใครๆ มักเรียกว่าเป็นอาหารสิ้นคิด นึกอะไรไม่ออกก็สั่งผัดกะเพรามากินให้หายหิวก็แล้วกัน ทว่าเมนูเบสิกนี้ก็สามารถประยุกต์ให้เหมาะกับคุณแม่ลูกอ่อนได้ ‘มุมสุขภาพ-กินดี’ ขอแนะนำ ‘ผัดกะเพราฟักทอง’ สรรพคุณบำรุงกำลังและผิว แถมยังช่วยเพิ่มน้ำนมด้วย

‘ใบกะเพรา’ ทราบกันดีว่ามีสรรพคุณแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ลดจุกเสียด แน่นท้อง บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนแล้ว ก็ยังช่วยบำรุงน้ำนมให้คุณแม่ลูกอ่อนหลังคลอดได้ ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา อย่าง ‘ฟักทอง’

อุดมด้วยวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน บำรุงผิวพรรณ ป้องกันมะเร็ง และชะลอความแก่

นอกจากนี้ในสูตรยังเพิ่ม ‘เห็ดฟาง’ ที่ช่วยบำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลียและเบื่ออาหาร ป้องกันไข้หวัดใหญ่ ลดไขมันในเส้นเลือด ‘กุ้งชีแฮ้’ ช่วยเพิ่มน้ำนม ส่วน ‘พริกขี้หนู’ ที่เป็นเครื่องปรุงชูรสชาติและเพิ่มกลิ่นให้น่ารับประทาน มีสรรพคุณแก้หวัด คัดจมูก แต่ถ้าคุณแม่ที่ต้องให้นมลูก ไม่ขอแนะนำให้ทานรสเผ็ด หรือควรเลี่ยงไปก่อน เนื่องจากความเผ็ดร้อนจะส่งไปถึงน้ำนมด้วย

ส่วนผสมในสูตรมีดังต่อไปนี้...
• ใบกะเพรา 1 ถ้วย

• ฟักทอง 1 ซีก

• เห็ดฟาง ½ ถ้วย

• กุ้งชีแฮ้ตัวเล็ก 1 ถ้วย

• พริกขี้หนู พอประมาณ

• น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

• น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

• เกลือป่น 1 ช้อนชา

• น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

  ขั้นตอนในการทำ ฟักทองให้ปอกเปลือกก่อนล้างให้สะอาด นำไปหั่นเป็นชิ้นเล็กขนาดพอดีคำ เห็ดฟางล้างน้ำให้สะอาดแล้วผ่าครึ่ง ส่วนกุ้งให้แกะเปลือก ผ่าหลังพร้อมดึงเส้นดำออก จากนั้นตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไปรอจนร้อนจัดจึงใส่ฟักทองลงผัดพอสุก แล้วใส่กุ้งและเห็ดฟางตามลงไป ต่อด้วยพริกขี้หนูบุบ เคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย และเกลือป่น ผัดจนสุกแล้วใส่ใบกะเพรา ผัดต่อพอให้ใบกะเพราสะดุ้งไฟ แล้วรีบตักขึ้นใส่จาน รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ

ทำง่ายๆ ไม่ยุ่งยากมากขั้นตอนอย่างนี้ หวังว่าคุณแม่ลูกอ่อนทั้งหลายจะนำสูตรนี้ไปลองผัดกะเพรารับประทานกันดู.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com
▼▲ http://www.dailynews.co.th/
‘ผัดกะเพราฟักทอง’แม่ลูกอ่อนกินดี

ไส้อั่วสมุนไพร ยอดชาอ่อน เติมเต็มรส ด้วยโอสถสารฯ

ไส้อั่วสมุนไพร ยอดชาอ่อน เติมเต็มรส ด้วยโอสถสารฯ
นางแดง ศรีวิชา

หลายคนที่ขึ้นเหนือ ก่อนกลับนอกจากจะซื้อน้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ติดมือกลับมาแล้ว บางรายยังแถมด้วย “ไส้อั่ว” อาหารพื้นบ้านที่รู้จักกันดี แต่จะหาให้อร่อยรสติดลิ้นนั้น ค่อนข้างยาก!

ฉะนี้...เพื่อไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกลแล้ว หลายๆคนยังสามารถฝึกฝนทำกินกันก่อน แล้วอนาคตอันใกล้ค่อยยึดทำเป็นอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ ในช่วงรัฐบาลใหม่ทีมงาน “ทำได้ ไม่จน” จึงนำสูตร “ไส้อั่วสมุนไพร ยอดชาอ่อน” มาฝากกัน

นางแดง ศรีวิชา เจ้าของสูตร “ไส้อั่วสมุนไพรแม่แดง” บอกกับทีมงานว่า...แม้ไส้อั่วเป็นอาหารตามวัฒนธรรมของเมืองเหนือ เช่น เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย แพร่ น่าน ฯลฯ ก็จริง แต่ปัจจุบันเป็นที่รู้จักและนิยม “เปิบ” กันอย่างแพร่หลาย ส่งผลให้จากอาหารพื้นบ้านกลายเป็นอาหารที่ขึ้น “ฮ้าน เฮือนอาหาร” หลายแห่งในภาคเหนือ ซึ่งสูตรนั้นก็แล้วแต่ของใครของมัน

ไส้อั่วสมุนไพร ยอดชาอ่อน

ไส้อั่วสมุนไพร ยอดชาอ่อน


....อย่างไส้อั่วสมุน ไพร ยอดชาอ่อนของแม่นี้ จะเป็นสูตรที่ทำกินกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่แล้วสั่งสอนต่อๆกันมา ซึ่งนอกจากอร่อยแล้วยังเต็มไปด้วยสมุนไพรไทย และที่แปลกสุดก็คือจะใส่ใบชาเขียวสดผสมลงไปด้วย...

สำหรับสูตรนั้นประกอบด้วย เนื้อหมู 1 กิโลฯ มันหมูชนิดแข็ง 5 ขีด ไส้หมูสด เลือกที่เป็นไส้แดง (ลำไส้ใหญ่) พริกแห้งเม็ดใหญ่ 10 เม็ด หอมแดง 3 หัว กระเทียม ปอก 10 กลีบ กะปิ 1 ช้อนชา เกลือ 1/3 ช้อนชา ตะไคร้ สับหรือปั่นให้ละเอียด 10 ต้น ใบมะกรูด หั่นฝอย 20 ใบ ต้นหอม ผักชี 10 ต้น ผักชีฝรั่ง 5 ต้น ใบชาเขียวสด (ชาอูหลง) หั่นฝอย 10 ใบ น้ำมะขาม



ส่วนขั้นตอนกรรมวิธีการปรุง นั้นแสนจะง่าย เริ่มจาก นำไส้หมูสดมาล้างทำความสะอาด จากนั้นให้กลับด้านเอาส่วนของด้านในลำไส้ออกมาด้านนอก แล้วนำไปคั้นกับมะขามเปียก เพื่อไม่ให้ไส้มีรสขม ซึ่งถือเป็นเคล็ดลับ แล้วล้างอีกครั้งก่อนกลับไส้ พักไว้ แล้วเตรียมเครื่องปรุงรส ที่เริ่มจากนำหมูแดงมาสับหรือบดให้ละเอียด มันหมูหั่นและสับเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมเข้าด้วย จะช่วยทำ ให้เนื้อสัมผัสมีความนุ่ม

...แล้วตำเครื่องพริกแกงให้ละเอียด จากนั้นเอาตะไคร้ที่สับละเอียด ใบมะกรูด ต้นหอมผักชี ผักชีฝรั่ง ใบชาเขียวสดหั่นฝอยมาผสมคลุกเคล้ากับหมูที่เตรียมไว้ให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำมายัดไส้หมูที่ล้างเตรียมไว้พอประมาณอย่าแน่นมาก เวลานำไปย่างจะทำให้ไม่แตก เสร็จแล้วใช้สีผสมอาหารสีส้มทาลงบนไส้ที่ยัดเครื่องปรุงเรียบร้อยเพื่อเพิ่มสีสัน นำไส้อั่วเข้าตู้อบเพื่อทำให้สุกและแห้ง ก่อนนำไปย่างบนเตาไฟอ่อนๆอีกครั้งจะช่วยเพิ่มความหอมของเครื่องปรุง...

ส่วนผสมต่างๆ

ส่วนผสมต่างๆ


เพียงเท่านี้ก็มีไส้อั่วสมุนไพร ยอดชาอ่อนพร้อมส่งขายให้กับลูกค้า สำหรับใครที่สนใจอยากได้สูตร เพื่อ นำมาประกอบเป็นอาชีพ กริ๊งกร๊างไปได้ที่ 08-4073-9088 และ 08-9403-2244 ในวันและเวลาที่เหมาะสม.

เพ็ญพิชญา  เตียว
ไส้อั่วสมุนไพร ยอดชาอ่อน เติมเต็มรส ด้วยโอสถสารฯ

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/184558

●● ปลาเห็ด เมืองสุพรรณ ●● จานเด็ด 76 จังหวัด

    หน้าตาเหมือนทอดมันนี้ คือเมนู "ปลาเห็ด" ของชาวสุพรรณบุรี

เสถียร ท้วมจันทร์ ข่าวสดสุพรรณบุรี พาไปดูวิธีการทำ

เริ่มแรกต้องหาปลาเล็กปลาน้อยที่มีในท้องถิ่นอย่างปลาสร้อย ปลาซ่า ปลาตะเพียนตัวเล็กๆ เน้นปลาสดๆ ดูปลาที่แววตาใสๆ

ขอดเกล็ด ควักไส้ ตัดหัวออก ล้างน้ำให้สะอาดก่อนหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ โดยสับทั้งก้าง แล้วสับไปมาให้ละเอียด

จากนั้นตำเนื้อปลาในครกอีกครั้ง จะเป็นครกหินหรือครกดินเผาก็ได้เลือกเอาตามถนัด

ตำไปเรื่อยๆ จนเนื้อปลาเริ่มเหนียวจึงเริ่มใส่ส่วนผสม โดยใส่เครื่องแกง ไข่เป็ด (ถ้าชอบแบบฟูให้ใส่ไข่เป็ด ถ้าชอบแบบด้านๆ ไม่ต้องใส่) ถั่วพู หรือถั่วฝักยาวหั่นเล็กๆ ใบโหระพา และใบมะกรูดหั่นฝอย

คลุกเคล้าให้เข้ากันโดยการผสมน้ำปลาลงไปเล็กน้อยตามชอบ

จากนั้นปั้นเนื้อปลาเป็นแบนๆ ประมาณ 3 นิ้วมือแบบแผ่ๆ ต้องบางพอสมควรอย่าให้หนามากตรงกลางจะไม่สุก

ทอดด้วยน้ำมันพืชที่มีปริมาณครึ่งกระทะ ร้อนจัด

เมื่อใส่แผ่นปลาเห็ดลงไปแผ่นปลาเห็ดจะลอยขึ้นทันที กลับไปมาเรื่อยๆ จนพอเหลือง ตักขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

เท่านี้เองก็กินได้ จะกินเป็นกับข้าว กับแกล้มหรือกินเล่นก็แล้วแต่ เป็นสูตรปลาเห็ดของชาวจังหวัดสุพรรณบุรี

●● ปลาเห็ด เมืองสุพรรณ ●● จานเด็ด 76 จังหวัด
▼▲ http://www.khaosod.co.th/

พุดดิ้งข้าวมอลต์..ซอสลูกพลับ ขนมรสชาติใหม่ท้าทายผู้บริโภค

พุดดิ้งข้าวมอลต์กับซอสลูกพลับ.

“พุดดิ้งข้าวมอลต์กับซอสลูกพลับ” หรือ Rice Pudding and Persimmon sauce เป็นเมนูใหม่ ล่าสุดที่เกิดจากไอเดียของ “น้องนี” นางสาวภัทราพิมพ์ แซ่อึ้ง นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาอุตสาหกรรมงานอาหาร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ที่สามารถ การันตีความอร่อยด้วยรางวัลชนะเลิศ โครงการอาหารเพื่อสุขภาพจากผลิตภัณฑ์งานวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประเภท อาหารหวานและขนมหวาน

น.ส.ภัทราพิมพ์ เล่าว่า “พุดดิ้งข้าวมอลต์กับ ซอสลูกพลับ” เกิดแนวคิดมาจากขนมไทยคือ สังขยา แล้วนำมาดัดแปลงเพื่อรับประทานคู่กับ ซอสลูกพลับ โดยตัว ของพุดดิ้งได้นำข้าวมอลต์ ตามโครงการวิจัยของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาใช้เป็นส่วนผสมหลัก สาเหตุที่เลือกข้าวมอลต์ เนื่องจากในข้าวมอลต์มี วิตามินบี 1 และ วิตามินบี 2 สูงกว่า เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับข้าวทั่วๆไป

ภัทราพิมพ์ แซ่อึ้ง

ภัทราพิมพ์ แซ่อึ้ง

สำหรับ ส่วนผสมของพุดดิ้ง ที่ต้อง เตรียมไว้ก่อนลงมือทำประกอบด้วย ข้าวมอลต์หุงสุก 40 กรัม ไข่ไก่ 10 กรัม (ชั่งน้ำหนัก) น้ำตาลปี๊บ 40 กรัม กะทิ 10 กรัม ขนุนหั่นสี่เหลี่ยม 20 กรัม และ ใบเตย 10 กรัม ขั้นตอนการทำเริ่มจาก ตีไข่กับน้ำตาลปี๊บจนขึ้นฟู ใส่ใบเตยขยำลงไปด้วยกัน ใส่กะทิตีให้เข้ากัน แล้วจึงใส่ข้าว, ขนุน และ ส่วนผสมข้อในข้างต้นทั้งหมดลงไปในภาชนะ ก่อนจะนำไปนึ่งประมาณ 15 นาที...

น้องนี บอกอีกว่า ส่วนผสมของ ซอสลูกพลับ ประกอบด้วย ลูกพลับ 100 กรัม น้ำแอปเปิ้ล 90 กรัม ข้าว มอสต์สุก 40 กรัม ผงนัว (เบเกอรี่) 5 กรัม น้ำตาลทราย 20 กรัม และ น้ำมะนาว 12 กรัม วิธีการทำซอสลูกพลับนั้น เริ่มจากใส่น้ำแอปเปิ้ล, ลูกพลับ, ข้าวมอลต์สุก ลงเครื่องปั่นให้ละเอียด จาก นั้นเคี่ยวน้ำกับกระทะเทฟลอนใส่น้ำตาลทราย น้ำมะนาว และ ผงนัว (เบเกอรี่) คนให้ เข้ากัน ในลูกพลับมีประโยชน์มากมาย เช่น ช่วยลดความดัน แก้ไข้และเจ็บคอ ปวดท้องประจำเดือน จากสูตรและอัตราที่กำหนดปริมาณไว้ข้างต้นนั้น สามารถเสิร์ฟได้ 4 ที่

วัตถุดิบ

วัตถุดิบ

ด้วยความเป็นสากลของชื่อ พุดดิ้ง... แต่รสชาติแบบไทยๆ สามารถนำผลผลิตที่คิดค้น โดย สาว มทร.ธัญบุรี มา เป็นส่วนผสมเพิ่มคุณค่าให้กับ อาหารทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ใส่ใจในสุขภาพ ในการปรับประยุกต์ใช้ ส่วนผสมต่างๆเข้าด้วยกัน เกิดเป็นเมนูใหม่ สร้างสรรค์อาหารไทยให้ต่างชาติได้รู้จัก รสชาติคงความเป็นไทย

น.ส.ภัทราพิมพ์ กล่าวทิ้งท้ายไว้ให้เป็นที่รู้กันด้วยว่า...“รสชาติของอาหารจะอร่อยขึ้นอยู่กับ ผู้ปรุง ดังนั้น ควรใส่ใจลง ไปในอาหารแต่ละจานด้วย” และประสบการณ์ใน การแข่งขันตามเวทีก็สามารถ พัฒนาฝีมือได้ โดยนำผลงาน เข้าร่วมการแข่งขันตามเวทีต่างๆ เช่น แข่งขันการทำงาน THAILAND CHEFS COMPETITION 2010 แข่งขัน ประเภททีม ได้รับรางวัลเหรียญเงิน ในการแข่งขันการทำอาหารจากบัวของจังหวัดปทุมธานี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2

ขั้นตอนการทำ

ขั้นตอนการทำ

พุดดิ้งข้าวมอลต์กับซอสลูกพลับ อาหารหวานที่มีกลิ่นอายของความเป็นไทย จากไอเดียของ “น้องนี” ...สามารถนำไปสร้างอาชีพในยุคข้าวยากหมากแพงนี้... ซึ่งอาจจะทำแล้วรวยก็ได้...สนใจข้อมูลเพิ่มเติมกริ๊งกร๊างหาน้องนี 08-9524-0059 เวลากลางวันสะดวกที่สุด.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน
http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/182875

สลัดกุ้งเนืองเซี่ยงไฮ้กับผักริมรั้ว

ปิดท้ายมื้อเย็นด้วย สลัดซึ่งได้ไอเดียมาจากการรับประทานแหนมเนือง ซึ่งสูตรนี้ปรับเปลี่ยนส่วนของเนื้อมาใช้กุ้งแชบ้วยแทน ก่อนนำไปย่างจนหอมแล้วตัดเป็นชิ้นคลุกเคล้ากับผักผลไม้ริมรั้ว เช่น กล้วยดิบ ช่วยสมานลำไส้ โดยแนะให้ใส่แต่น้อยเพื่อป้องกันอาการท้องอืด ผักแพวกลิ่นหอมช่วยขับลม แถมยังมีเบต้าแคโรทีนสูง มะเฟืองช่วยขับปัสสาวะ เป็นต้น เพิ่มความอร่อยด้วยเซี่ยงไฮ้ลวกเนื้อหนึบ เพิ่มมิติให้กับการรับประทานมากขึ้น

◐◑ ส่วนผสม (สำหรับ 2-3 ที่)
เตรียม 1 ชั่วโมง (รวมเวลาเคี่ยวน้ำซุป) ปรุง 45 นาที (รวมเวลาหุงข้าว)
ส่วนผสมกุ้งเนือง (10 ไม้)

-กุ้งแชบ้วยทะเล 200 กรัม
-มันหมูบด 100 กรัม
-แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
-หอมแดง 20 กรัม
-เกลือ 1 ช้อนชา
-พริกไทยดำป่น 1/2 ช้อนชา
-กระเทียมกลีบเล็กปอกเปลือก 10 กลีบ
-เส้นเซี่ยงไฮ้ต้มสุก 1 ถ้วย
-ผักแนมอาทิ กระเทียมปอกเปลือก กล้วยดิบ มะเฟืองเปรี้ยว, พริกขี้หนู, แตงกวา,
-ใบชะมวง ใบบัวบก ผักแพว ใบสะระแหน่ ฯลฯ ตามชอบ
-ต้นตะไคร้สำหรับย่างกุ้งเนือง

วิธีทำ

1.นำกุ้งและมันหมูบดแช่เย็นไว้ครึ่งชั่วโมง ก่อนนำมาปั่นให้ละเอียด กับหอมแดง เกลือ พริกไทยดำ ด้วยเครื่องปั่น โดยใช้ความเร็วสูงตีให้ละเอียด

2.นำส่วนผสมที่ละเอียดแล้วแช่เย็นไว้ครึ่งชั่วโมง จึงนำออกมาปั้นหุ้มต้นตะไคร้แล้วนำไปย่างไฟอ่อนๆ ให้สุกทั่วถึงกัน จึงนำไปหั่นและจัดใส่จานพร้อมกับเครื่องสลัดต่าง ๆ ก่อนราดด้วยน้ำสลัด คลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนรับประทาน

◐◑ ส่วนผสมน้ำสลัดส่วน 1

-ข้าวเหนียวดิบ 1/4 ถ้วย
-ถั่วทองคั่วต้มให้นิ่มตำให้ละเอียด 1/4 ถ้วย
-น้ำตาลทราย 50 กรัม
-เต้าเจี้ยวอย่างดี 3 ช้อนโต๊ะ
-น้ำมะขามเปียก 1/2 ถ้วย
-น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
-เกลือ 2 ช้อนชา
-ถั่วลิสงบด 1 ช้อนโต๊ะ
-ตับไก่สด 2 ชิ้น
-น้ำเปล่า 1 1/2 ถ้วย

◐◑ ส่วนผสมน้ำสลัดส่วน 2

-พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด
-พริกชี้ฟ้าเหลือง 2 เม็ด
-น้ำส้มสายชู ¼ ถ้วย
-กระเทียมกลีบใหญ่ปอกเปลือก 5 กลีบ
-น้ำเปล่า ¼ ถ้วย
-เกลือ ½ ช้อนชา
-น้ำตาลทรายเล็กน้อย

●● วิธีทำ

1.ทำน้ำจิ้มส่วน 1 โดย ต้มข้าวเหนียวดิบกับถั่วทองคั่วรวมกันจนสุกนิ่ม

2.ปั่นส่วนผสมในข้อ 1 กับ เต้าเจี้ยว น้ำตาลทราย น้ำมะขามเปียก ตับไก่ แล้วปั่นให้ละเอียด เทส่วนผสมใส่หม้อ เติมน้ำแล้วต้มด้วยไฟกลางจนเดือดปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ เกลือ ปิดไฟพักไว้

3.ทำน้ำจิ้มส่วนสอง โดยปั่นส่วนผสมทุกอย่างรวมกันแล้วนำไปต้มแค่พอเดือด เปิดไฟ

4.ตักน้ำจิ้มส่วน 1 ใส่ถ้วย โรยด้วยถั่วลิสง หากชอบเผ็ดให้ใส่น้ำจิ้มส่วนสองลงไปผสมตามชอบ พร้อมเสิร์ฟกับสลัดกุ้งเนือง


Credit : Health & Cuisine ปีที่ : 11 ฉบับที่ : 125 เดือน : มิถุนายน 2554

“บุญมีขนมจีน” หรือ “ขนมจีนแม่บุญมี” หรือ “ร้านขนมจีนบุญมี”

เล่นเส้น เล่นสี "บุญมีขนมจีน" น้ำยาเติมฟรีไม่มีอั้น

หล่มเก่าขึ้นชื่อเรื่องขนมจีนน้ำยา ถ้ามาแล้วไม่ได้หม่ำคลำทางออกจากจังหวัดเพชรบูรณ์ไม่ถูก (ฮา) ทั้งอำเภอมีร้านขนมจีนอยู่มากมายขับรถไปชิมไปหาร้านถูกใจได้ตามสะดวก แต่ถ้าใครไม่อยากเสียเวลาขับวนหาให้เปลืองน้ำมัน เจ๊แซบขอแนะนำ “ร้านบุญมีขนมจีน” ร้านเด็ดร้านดังที่คนในพื้นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี โซ้ยกันมาตั้งแต่หาบขายจนตอนนี้ขยายร้านใหญ่โตก็ยังโซ้ยกันต่อไป นอกจากเจ๊แซบจะติดอกติดใจในความเหนียว นุ่มของเส้นขนมจีนและความเข้มข้นของน้ำยารีฟิล (refill) เติมได้ไม่มีหยุด เจ๊แซบยังแอบประทับใจในความหน้าใสของ “คุณพี่บุญมี” เจ้าของร้าน ขนาดเด็กในร้านเรียก “ป้า” แต่คุณพี่ก็ยังหน้าใสมั่กๆ!!

“เปิดมา 14 ปีแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้ทำต้นไม้ขายมาก่อน พอเงินบาทลอยตัวก็ขายไม่ดี ก็เลยเปลี่ยนมาขายขนมจีนแทน แต่ว่าก่อนหน้านี้ก็คือหาบขายมาก่อนอยู่แล้ว ก็เลยเปลี่ยนจากหาบเร่ขายมาเปิดร้านค่ะ ร้านก็อยู่ตรงนี้มาตลอด ตอนแรกก็ไม่ได้มีโต๊ะเยอะขนาดนี้ มีแค่ 4 โต๊ะเอง แล้วตอนหลังก็ค่อยๆ ขยับขยาย สูตรที่ทำก็เป็นสูตรของที่บ้านทำทานกันอยู่แล้ว” ขนมจีนร้านนี้นอกจากเส้นจะเล็กไม่เหมือนใคร ยังมีสีสันสดใส คุณพี่บุญมีใช้ผักผลไม้และดอกไม้ที่ปลูกเองในสวนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ “ที่ทำขนมจีนหลายๆสีก็เพราะเรามีต้นไม้ที่เราปลูกเองที่นี่ เพราะเราเคยทำสวนมาก่อน เราก็เลยคิดว่าเอาที่เราปลูกมาทำสีให้ขนมจีนดีกว่า ทำมาแล้วลูกค้าก็ชอบ เราก็ทำเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนตอนนี้มี 7 สีแล้วค่ะ”




นํ้ายากะทิ นํ้ายาป่า และนํ้าพริก แซบโดนใจขาโซ้ย



มหกรรมแห่งการใส่สีลงในเส้นขนมจีนไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องใช้ความใจเย็นเป็นที่ตั้ง ทั้ง 7 สี มีที่มาต่างกัน สีขาวเป็นขนมจีนธรรมดา คล้ำขึ้นมาหน่อยเป็นขนมจีนข้าวกล้อง สีเหลืองมาจากฟักทอง สีม่วงดอกอัญชัน สีชมพูอ่อนจากแก้วมังกร สีส้มจากแครอทผสมน้ำแตงโม และสีเขียวจากใบเตย

ก่อนจะเริ่มเติมสีลงไปในขนมจีน คุณพี่บุญมีต้องทำแป้งขนมจีนโดยใช้ข้าวเจ้าคัดเม็ดที่ไม่เต็มดี เลือกที่หักเป็นท่อนๆแช่น้ำ และหมักทิ้งไว้ 3 วัน จนแป้งเน่า ก่อนจะนำมากรองเอาน้ำออก ทยอยเทลงไปในเครื่องนวด เมื่อเม็ดข้าวถูกนวดจนกลายเป็นแป้งค่อยนำมาใส่ในถุงข้าววางพักไว้อีก 2 คืน จนแป้งแห้งและแข็งเป็นก้อน จึงนำมาต้มในน้ำเดือดประมาณ 20 นาที พอแป้งสุกกำลังดี ตักขึ้นจากหม้อรอนำไปนวดกับส่วนผสมอื่นๆต่อไป... เจ๊แซบฟังแล้วเหนื่อยใจ แค่ทำแป้งยังไม่เริ่มใส่สีก็ปาเข้า ไป 5 วัน นับถือในความขยันอย่างแรง!!!




ขนมจีนเส้นสด...กดเอง



แป้งที่ถูกตักขึ้นมาจากหม้อ จะถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ สำหรับทำสีต่างๆ ถ้าเป็นขนมจีนธรรมดาแค่นวดให้ได้ที่แล้วใส่เครื่องกดทำเส้นขนมจีน เป็นอันสำมะเร็จ เสร็จสิ้น

สำหรับขนมจีนข้าวกล้อง ต้องนำข้าวกล้องไปแช่น้ำ แล้วทำทุกขั้นตอนเหมือนแป้งขนมจีน แล้วนำทั้งสองแป้งมานวดรวมกัน ก่อนจะนำไปกด นอกจากรสชาติดีแล้วยังมีประโยชน์อีกต่างหาก





อีก 5 สีที่เหลือ คุณพี่บุญมีต้องนำดอกอัญชัน ใบเตย แครอท และแตงโม ไปแยกปั่นและกรองเอาแต่น้ำมานวดกับแป้งขนมจีนที่เตรียมไว้ แล้วจึงนำไปกดเส้น แต่สำหรับสีเหลืองจะประหลาดกว่าสีอื่นเล็กน้อยเพราะต้องนำฟักทองไปนึ่งให้สุกแล้วนวดเนื้อฟักทองเข้ากับแป้งจนกลมกลืนเป็นเนื้อเดียว คนที่ไม่หม่ำฟักทองไม่ต้องกังวล เจ๊แซบการันตีไม่มีกลิ่นไม่มีรสชาติฟักทองมากวนใจ





ขนมจีนร้านนี้จะขายเป็นชุด ในชุดมีขนมจีน 1 จาน หนึ่งจานมีขนมจีนม้วนเป็นก้อนๆพอดีหม่ำจำนวน 10 ก้อนคละมาครบ 7 สี พร้อมกับน้ำยา 3 หม้อ มีน้ำยากะทิ รสนุ่มละมุนละไม ใช้เนื้อปลาทับทิมคั่วกับเครื่องแกงที่ทางร้านทำเอง รสกลมกล่อมกำลังดี เร่งดีกรีขึ้นอีกนิดกับ น้ำยาป่า รสเข้ม แซมด้วยกลิ่นปลาร้าอ่อนๆ ราดชุ่มๆ โซ้ยกับผักสดๆ และไข่ต้มอร่อยขาดใจ ปิดท้ายด้วย น้ำพริก รสเปรี้ยวอมหวานกำลังดี ใส่พริกคั่วลงไปสักนิด เติมน้ำปลาอีกหน่อยอร่อยจนไม่อยากกลับบ้าน (หุหุ) แถมท้ายด้วยผักสารพัดชนิดทั้ง กะหล่ำปลี ถั่วงอก ถั่วฝักยาว สะระแหน่ ผักชีลาว ใบแมงลัก ใบสนิว ใบพลูคาว และยอดผักแพว ผักทุกชนิดไม่ได้ใช้สารเคมีเพราะพี่บุญมีปลูกเองอยู่รอบบ้าน โซ้ยได้สบายใจ ทั้งน้ำยาและผักเติมได้ไม่มีอั้น “เราให้อย่างนี้ตลอดค่ะ ถ้าน้ำยาหมด ผักหมดเราก็เติมให้ฟรีไม่คิดตังค์เพิ่มค่ะ คิดแต่ขนมจีนอย่างเดียว ผักร้านเราเยอะ เป็นผักพื้นบ้านทั้งนั้น เราปลูกเอง สด ใหม่ และอร่อยด้วยหอมลูกค้าส่วนใหญ่จะชอบค่ะ”

 



นักโซ้ยที่นิยมความหลากหลาย คุณพี่บุญมีจัดของทานเล่นไว้เป็นเครื่องเคียงมากมายมีทั้งไส้อั่วไส้กรอกสมุนไพรไข่ต้มลูกชิ้นปิ้ง ลูกชิ้นปลาลวก หมูย่าง และอีกสารพัดสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามฤดูกาล ของทานเล่นไม่รวมอยู่ในชุดขนมจีน กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น

“บุญมีขนมจีน” หรือ “ขนมจีนแม่บุญมี” หรือ “ร้านขนมจีนบุญมี” คือ ร้านเดียวกัน เรียกสลับกันไปมาบางคนอาจจะงง ให้สังเกตถ้าเห็นรูปพี่บุญมีหน้าใสติดอยู่ตามเสาเข้าไปนั่งหม่ำได้ไม่ผิดร้าน (ฮา)





ตัวร้านตั้งอยู่ในอำเภอหล่มเก่า อยู่ไม่ไกลจากอำเภอหล่มสักมากนัก ประมาณ 5 กิโลเมตร เส้นทางที่ไปถนนหล่มสัก–เลย ร้านนี้อยู่ตรงข้ามกับ อบต.นาแซง อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ หรือเยื้องๆกับโรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม มี ป้ายบอกชัดเจน หรือโทร.ถามทางได้ที่เบอร์ 08–9643–2775, 0–5670–9274 ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

ก่อนจบก่อนจากเจ๊แซบฝากกระซิบถึงสมาชิกชมรมคนเลิฟปลาร้า คุณพี่บุญมีใจดีมีน้ำปลาร้ารสแจ่มไว้คอยบริการ ถ้าอยากทานบอกเด็กในร้านได้เลยคร้า...
...............
CR:Thairat

วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556

พิซซ่าหน้าไทย อร่อยไม่ซ้ำใครดี

เรื่อง วุฒิชัย สาสุข / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

    ใครว่าพิซซามีแต่หน้าแฮม หน้าชีส หน้าไส้กรอก หน้าซีฟู้ด ขอเถียงไม่จริ๊งไม่จริง...


พิซซาอะไรเอ่ย? หน้าแกงเขียวหวาน หน้าลาบ หน้าต้มยำกุ้ง หน้าต้มข่า หน้าพะแนง หน้าธัญพืช หน้าผลไม้รวม และอีกสารพัดหน้าที่ประดาจะมี

ตอนแรกได้ยินนึกว่าเขาอำเล่น ไปเจอจังๆ ด้วยตาถึงร้องอ๋อ “พิซซาหน้าไทย” นี่หว่า

ปกติคุ้นแต่พิซซาหน้าฝรั่ง ชิ้นเบ้อเร้อเบ้อร่า กัดทีต้องอ้าปากกว้างๆ เยิ้มด้วยชีสเหนียวหนืด ยืดแล้วยืดอีก คนชอบก็บอกเด็ดดวงยังงั้นยังงี้ คนไม่ชอบก็ได้แต่ร้อง ยี้ๆๆๆ อย่างไม่เกรงใจ (คนพาไปเลี้ยงเล้ย)

เราเองก็ใช่คนที่พิสมัยพิซซาซะเมื่อไหร่ กินได้แต่อย่าเยอะ เพราะไม่ไหวจะเลี่ยน ทว่าพอลิ้มรสพิซซาฝีมือคนไทย เอ๋ ชักลังเล

ดูๆ ไปหน้าที่ใส่แทบไม่ต่างอะไรกับเมนูที่หม่ำเป็นประจำ ยกออกจากเตาร้อนๆ กรุ่นกลิ่นเครื่องแกง ยั่วน้ำลายมากๆ

เจ้าของสูตร “ศิริวรรณ สัจจะเทวะ” ยืนยิ้มแกมแซวเราว่า “เห็นไหมพอชิมคุณก็จะเปลี่ยนใจทันที” พูดจบเธอหันไปอบพิซซาต่อเฉย

จะเปลี่ยนใจ หรือจะติดใจ อันนี้ก็ขึ้นกับรสนิยมส่วนบุคคลที่โดนใจเรา ได้คะแนนไอเดียสร้างสรรค์เต็มสิบ ก็เรื่องหน้าพิซซาสุดแปลกนั่นแหละ

“หลักๆ พี่เป็นคนคิด คิดจากความเป็นไปได้ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ความอร่อยต้องมาก่อน ความสะอาดก็สำคัญ ทำแบบขอไปทีไม่ได้ หัวใจของพิซซาหน้าไทยคือความแปลกแบบไทยๆ”

กว่า 30 หน้าที่วางขาย ภายใต้แบรนด์ “อินเตอร์ พิซซ่า” ในระยะเวลา 1 ปีกับ 3 เดือน ถือเป็นความสำเร็จที่ไวเกินคาด ขนาดเจ้าของสูตรยังงงกับปรากฏการณ์ แต่เมื่อย้อนสำรวจดูปัจจัยทั้งหมดล้วนเกิดจากดอกผลแห่งวิริยอุตสาหะ หาใช่อาศัยโชคช่วย


เหนืออื่นใด ต้องเป็นพิซซาที่อร่อยเลิศ รสชาติพิเศษ


“เชื่อไหมพี่ไม่เคยทำพิซซาเลย แล้วก็ไม่ใช่คนชอบกินพิซซาด้วย มีแค่ความรู้อาหาร เพราะเรียนคหกรรมมา จุดเริ่มมันมาจากที่พี่ไปทำงานต่างประเทศ เห็นฝรั่งกินพิซซาอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ก็เกิดปิ๊งไอเดียว่าถ้าเอาอาหารไทยมาทำพิซซาละ หน้าตาจะเป็นยังไง รสชาติจะเป็นยังไง”

ใช่พิซซาเป็นวัฒนธรรมอาหารฝรั่ง ต้นตำรับอยู่อิตาลี ว่ากันว่า มีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ จากนั้นก็ค่อยๆ พัฒนาและได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลก ฮิตกันระเบิดระเบ้อ ไม่มีที่ไหนไม่รู้จักเจ้าแผ่นแป้งกลมใส่ส่วนผสมแล้วอบไฟ แต่ละที่ก็มีพิซซาต่างกัน สหรัฐอเมริกา บราซิล อิสราเอล อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น เรียกชื่อและสร้างรสชาติแบบฉบับตัวเอง พิซซาหน้าไทยน่าจะเป็นหนึ่งในนั้น โดยศิริวรรณตีโจทย์อันท้าทายนี้จนแตก ด้วยการแหกกฎเดิมๆ
ฟังดูเหมือนง่ายใช่ไหม “ยาก”ศิริวรรณยืนกรานเสียงเข้ม ลองผิดลองถูกอยู่พักใหญ่ๆ กว่าจะได้ฟีดแบ็กจากเพื่อนบ้านละแวกใกล้ๆ ว่าสอบผ่าน ลุ้นระทึกยิ่งกว่านั่งชมภาพยนตร์สยองขวัญเสียอีก
ด้วยข้อจำกัดและพันธสัญญาที่เรามีไว้กับเจ้าของ ณ ที่นี้ จะไม่มีการเปิดเผยสูตรเด็ดเคล็ดลับพิซซาหน้าไทยอย่างหมดเปลือก บอกได้แค่คร่าวๆ ถึงความอร่อยว่า มีมายองเนสเป็นองค์ประกอบ นอกจากวัตถุดิบที่สดใหม่
   


ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ผักชีใบเลื่อย ต้นหอม เครื่องแกง กุ้ง หมู ทูน่า กล้วยหอม สับปะรด แอปเปิล อ้อ !!! ยังมีมอสซาเรลลาชีส เหล่านี้คือส่วนผสมของพิซซาหลายๆ หน้า เมื่อรวมอยู่บนแผ่นแป้งหนานุ่ม 7 นิ้ว แล้วเมื่ออบไฟจะได้ความหอมอย่างยิ่ง ตัดแบ่งเป็นชิ้น กินร้อนๆ โอ้... เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

“ขนมไทยก็น่าสนใจ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง จะเป็นพิซซาหวานที่ยังไม่มีใครทำ หรืออย่างพิซซา 4 ภาค ที่ลองแล้วก็ได้เสียงตอบรับที่ดี เอาเมนู 4 ภาค น้ำพริกอ่อง แกงเหลือง ผัดผงกะหรี่ น้ำตก มาทำพิซซาในถาดเดียวกัน”

ไอเดียไม่เคยหมด สำหรับที่รู้จักพลิกแพลงจากอาหารในสำรับ วันหนึ่งก็ก้าวสู่เมนูอินเตอร์ เช่นพิซซาสารพัดหน้าไทยๆ มีเอกลักษณ์และอร่อยไม่ซ้ำใคร

Source : http://www.posttoday.com/

น้ำพริกขนมจีน เมนูเพื่อสุขภาพ ไขมัน-แคลอรี่ต่ำ




Cr: http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/113455

ทำง่าย ทานเพลิน 'ปอเปี๊ยะปูห่อด้วยแป้งฟิลโล'

ส่วนประกอบไส้ ในการทำปอเปี๊ยะปูห่อด้วยแป้งฟิลโล
- เนื้อปู 30 กรัม
-วุ้นเส้น 50 กรัม
-หมู 20 กรัม
- เห็ดหอมแห้ง 20 กรัม
-แป้งฟิลโล ตามจำนวนที่ต้องการ

ส่วนประกอบเครื่องปรุง
-รากผักชีปั่น
-พริกไทย
- ซีอิ๊วขาว
-น้ำมันหอย
- น้ำจิ้มบ๊วย

วิธีทำ

1.นำวุ้นเส้น เนื้อปู หมู เห็ดหอมแห้ง ผัดรวมเข้าด้วยกัน โดยต้องบี้ให้ส่วนประกอบทั้งหมดเข้ากัน ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที

2.หลังจากได้ส่วนประกอบที่เข้ากันแล้ว นำลงมาจากกระทะ เตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการห่อแป้ง

3.นำส่วนประกอบห่อด้วยแป้งฟิลโรว์ โดยแต่ละชิ้นต้องมีปริมาณที่ไม่มากเกินไป เพราะถ้ามากเกินไปแป้งจะแตกได้ง่าย

4.หลังจากห่อเสร็จแล้วนำไปทอดโดยใช้ไฟแรง แต่ต้องคอยพลิกด้านปอเปี๊ยะตลอด ใช้เวลาประมาณ 5 นาที

5.ทอดเสร็จแล้วนำมาวางเพื่อซับน้ำมัน สุดท้ายตกแต่งจานน้ำจิ้มด้วยผลไม้นานาชนิด อาทิ ชมพู่ มันแกว ฝรั่ง พร้อมรับประทาน

-----

ชมรายละเอียด..http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?

เข้าครัวออนไลน์ชวนทำ'พิซซ่าญี่ปุ่น

ส่วนประกอบ พิซซ่าญี่ปุ่น

- กุ้ง 100 กรัม
- ปลาแซลมอน 100 กรัม
- กะหล่ำปลี 300 กรัม
- แครอท 20 กรัม
- หอมหัวใหญ่ 30 กรัม
- ต้นหอม 20 กรัม
- แป้งหมี่ 200 กรัม
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- น้ำเปล่า 300 ซีซี

เครื่องปรุง

- พริกไทยป่น 0.2 กรัม
- เกลือป่น 0.3 กรัม
- ซอสมะเขือเทศ 50 กรัม
- ซอสทงคัสซึ 50 กรัม
- มายองเนส 100 กรัม

วิธีทำ

1. หั่นผักรวมกัน
2. ใส่แป้งและไข่ ลงในจานผักที่หั่นรวมเสร็จแล้ว
3. ใส่น้ำเปล่าลงไปผสมให้เข้ากัน
4. ใส่ลงกระทะที่ตั้งไฟไว้ จัดให้เป็นรูปวงกลมแล้วใช้ฝาปิด ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจึงสุก
5. ต้มน้ำลวกปลาและกุ้งให้สุก
6. ผสมซอสให้เข้ากัน มีซอสมะเขือเทศ ซอสทงคัสซึ มายองเนส พริกไทยป่น เกลือป่น ผสมให้เข้ากัน
7. พิซซ่า ให้ตัดเป็นชิ้น,แต่งหน้าพิซซ่าด้วยกุ้ง ปลา และราดด้วยซอสเป็นอันเสร็จ

แนะนำเมนูอาหาร และร้านที่อยากให้เราไปบุกครัว รวมถึงติชมรายการมาได้ที่ deflying2@gmail.com

ก๋วยเตี๋ยวเป็ด โยชิ-ซีควินท์

โดย : หมูหวานชวนชิม



ก๋วยเตี๋ยวเป็ดใครว่าทำยาก..... วันนี้ โยชิ-นิมิต มนัสพล สมาชิกวง ซีควินท์ ท้าพิสูจน์ฝีมือก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่ คุณแม่ ปรุงให้รับประทานบ่อยๆ
ก๋วยเตี๋ยวเป็ดใครว่าทำยาก..... วันนี้ โยชิ-นิมิต มนัสพล สมาชิกวง ซีควินท์ ท้าพิสูจน์ฝีมือก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่ คุณแม่สนธยา มนัสพล ปรุงให้รับประทานบ่อยๆ บอกว่าเป็นเมนูเด็ดประจำบ้าน อะไรจะง่ายขนาดนั้น....

ก่อนเข้าครัวไปปรุงเมนูเส้น หลายคนคงทราบดีว่าหนุ่มคนนี้มีผลงานชุดแรกเมื่อปี 2551 โด่งดังเป็นที่รู้จักในเพลง ‘ต่อให้โลกหยุดหมุน’ และเพลง ‘หน้าไม่อาย’ หนุ่มที่กำลังหัดเข้าครัว เล่าว่า




“ผมเรียนนิเทศศาสตร์จุฬา ชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก คุณแม่ชอบเรียนร้องเพลงเหมือนกันแต่เป็นเพลงจีน สมัยเด็ก ๆ อายุ 12 - 13 ปี เคยขึ้นเวทีร้องโชว์เพลงจีนด้วยนะครับ จำเนื้อร้องเอาไปร้องแต่พูดภาษาจีนไม่เป็น มาเข้าวงการได้ก็ตอนอยู่ปี 1 เป็นกลุ่มตัวแทนนิสิต นำป้ายมหาวิทยาลัยเข้างานบอล จุฬา-ธรรมศาสตร์ ก็เลยเจอพี่ก้องที่อยู่แคสติ้ง ดูแลศิลปินอาร์เอส เป็นรุ่นพี่ที่คณะนิเทศศาสตร์ด้วย พอมาเจอที่คณะก็เลยชวนไปแคสติ้ง ไปถ่ายรูป และให้ร้องเพลงให้ฟัง ดูว่าเราร้องเพี้ยนไหม เรามีพื้นฐานบ้าง ทำให้คุ้นเคย




ตอนนั้นโยชิร้องเพลงของ D2B ได้ผ่านเข้าค่าย จากนั้นไปเรียนร้องเพลง เรียนเต้น ฯลฯ กว่าจะได้ออกอัลบั้มชุดแรก ไม่ได้ง่ายเลย

"ต่อมามีโครงการทำบอยส์แบนด์ วงซีควินท์ มีหลายคนมาแคสแล้วแต่ไม่ผ่าน มาหลายกลุ่มแล้ว พอมาถึงรุ่นผมก็เลยมีการซ้อมด้วยกัน ทั้งร้องและเต้น ทำความรู้จักเป็นกันเองกับเพื่อน ๆ เวลาร้องเต้นพูดคุย ทำให้ดูเป็นธรรมชาติเพราะคุ้นเคยกันดี เป็นเพื่อนกันแล้ว ทางค่ายเห็นว่ามีความสามัคคีเป็นธรรมชาติดี ร้องและเต้นเข้ากันได้ดี ตอนนั้นมีกันอยู่ 7 คน แต่ได้ทำวงด้วยกัน 5 คน" (มีฟลุค, เบสท์, แบงค์, พิชญและโยชิ)



ปัจจุบันวงบอยส์แบนด์ ซีควินท์ กำลังจะมีอัลบั้มชุดที่สาม ทว่าปัจจุบันทางค่ายมีนโยบายออกซิงเกิ้ลออกมาก่อน ตอนนี้ทำไป 5 เพลงแล้ว กำลังจะทำเพลงที่ 6 พอถึง 10 เพลง ค่อยรวมขายเป็นอัลบั้มชุดที่ 3
“ทำงานแบบนี้ดีครับ ทำให้ขั้นตอนการทำงานราบรื่นขึ้น ดูน่าตื่นเต้นขึ้นทางการตลาด แฟนคลับก็รอคอยว่าเมื่อไหร่เพลงใหม่จะออกมาอีก พอเพลงออกคนก็จะถามหาเอ็มวีว่าเมื่อไหร่เอ็มวีเพลงนี้จะออก ล่าสุดเพิ่งปล่อยเพลง ‘อย่าได้แคร์’ ออกมา ต้องบอกก่อนว่า ซีควินท์ทุกอัลบั้มเพลงแรกออกมาจะเป็นเพลงเร็ว และเพลงต่อมาเป็นเพลงช้า เพลงเร็วออกมาจะเต้น ๆ ๆ ๆ เพลงช้าจะเป็นเพลงซึ้ง เอาให้อยู่ ฮุกเสร็จแล้วน็อคเลย ให้คนฟังเคลิ้ม เพลงอย่าได้แคร์ เนื้อหาก็จะประมาณว่า เรามีแฟนแล้วแฟนเรามีคนอื่นเราจับได้ ก็เลยบอกเขาว่า ให้บอกเรามาเถอะ อย่าได้คลุมเครือ อย่าได้แคร์....(ว่าแล้วโยชิก็ร้องเพลงนี้ให้ฟังกันสดๆ)



พูดถึงอาหารการกิน หนุ่มโยชิชอบอาหารไทยมาก เป็นคนชอบกินรสจัด สิ่งที่ชอบมาก ๆ แต่ไม่ค่อยได้ทำรับประทานเองก็คือเนื้อปูผัดผงกะหรี่ ใส่น้ำพริกเผาเยอะ ๆ แล้วราดน้ำปลาพริกเยอะๆ รับประทานจนน้ำตาไหล-หนุ่มโยชิเล่า...

ส่วนก๋วยเตี๋ยวเป็ด เป็นสูตรคุณแม่ ทำบ่อยมาก เพราะว่าอยู่กันครอบครัวใหญ่ มีพ่อแม่และพี่ชายอีกสองคน พร้อมกับพี่เลี้ยงอีก 1 เรียกได้ว่าทำกันทั้งที รับประทานกันทั้งบ้าน ถ้าไม่หมดยิ่งอุ่นก็ยิ่งอร่อย

หม่ำกันเพลินหลายวันเชียว... ดูภาพแม่ลูกเข้าครัวด้วยกันปรุงก๋วยเตี๋ยวเป็ดสุขสันต์ ได้ที่ http://www.bangkokbiznews.com




ก๋วยเตี๋ยวเป็ดยาจีน

ส่วนผสม :

1. กระดูกหมูส่วนหลัง (เอียเล้ง)
2. เป็ดพะโล้
3. น้ำตาลปึก
4. พริกไทยเม็ด
5. พริกป่น
6. โป๊ยกั้ก
7. อบเชย
8. เม็ดเก๋ากี้
9. รากผักชี
10. กระเทียม
11. หล่อฮั่งก้วย
12. ซีอิ๊วหวาน ซีอิ๊วขาว
13. ถั่วงอก ผักชีต้นหอม กระเทียมเจียว
14. พริกน้ำส้ม (พริกขี้หนูสีแดง เกลือป่น น้ำตาล น้ำส้มสายชู กระเทียมปั่นรวมกัน)
15. ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก
16. เกลือป่น น้ำตาลทราย พริกป่น

วิธีทำ :

1. ตั้งน้ำให้เดือดใส่กระดูกหมูส่วนหลังลงไปต้มจนสุกตักขึ้นพักไว้
2. ตั้งน้ำหม้อใหม่ ใส่กระดูกหมูที่สุกแล้วลงไป รอให้เดือดค่อยๆ ตักฟองออก จากนั้นใส่เครื่องยาจีนต่างๆ ลงไป ปรุงรสด้วยน้ำตาลปึก พริกไทยเม็ดทุบพอบุบ กระเทียมทุบ ซีอิ๊วหวาน ซีอิ๊วขาว เกลือป่นเล็กน้อย พอเดือดหรี่ไฟลงค่อยๆ เคี่ยวนานๆ จนได้น้ำซุปที่มีรสชาตินุ่มนวล
3. จากนั้นตั้งน้ำให้เดือด (อีกหม้อ) เพื่อลวกก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก และถั่วงอกพอสุกตักใส่ชาม หั่นเนื้อเป็ดพะโล้ลงไปวางเรียงในชาม ใส่น้ำซุปลงไป โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว ผักชีต้นหอมซอย
4. ปรุงรสตามชอบด้วยพริกน้ำส้ม พริกป่น น้ำตาลทราย

หมายเหตุ : หากต้มเป็ดพะโล้เองให้ใส่เป็ดลงไปในขั้นตอนที่ 2 ค่อยๆ เคี่ยวจนเป็ดสุกเนื้อนุ่มเปื่อย หากจะลดขั้นตอนด้วยการไปซื้อเป็ดพะโล้ที่ตลาดมาแล้วทำน้ำซุปเองก็สะดวกดี

Cr; http://www.bangkokbiznews.com